ท่าทางการวิ่งที่ถูกต้อง (Correct)
- สายตามองตรงไปข้างหน้า – ไม่มองลงหรือเงยขึ้น คอและศีรษะอยู่ในแนวตรง เพื่อช่วยรักษาสมดุลและลดแรงกระแทกที่กระดูกสันหลัง.
- ไหล่ผ่อนคลาย – ไหล่ไม่เกร็ง ลดความเครียดและช่วยให้ร่างกายเคลื่อนที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ.
- ลำตัวตั้งตรง – การทรงตัวที่ดีและการจัดท่าทางของลำตัวช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ.
- มือกำหลวมๆ – ไม่เกร็งมือ ช่วยให้แขนเคลื่อนไหวได้เป็นอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง.
- แขนผ่อนคลาย – แขนแกว่งอย่างเป็นธรรมชาติด้านข้างลำตัว ช่วยรักษาจังหวะการวิ่ง.
- สะโพกชี้ตรงไปข้างหน้า – รักษาการเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง.
- ขาอยู่ใต้ลำตัว – เข่าไม่งอหรือเหยียดมากเกินไป และไม่ก้าวขายาวเกินไป เพื่อรักษาความสมดุล.
- ลงน้ำหนักที่กลางฝ่าเท้าถึงปลายเท้า – ลดแรงกระแทกที่หัวเข่าและข้อเท้า ช่วยให้วิ่งได้นุ่มนวล.
ท่าทางการวิ่งที่ไม่ถูกต้อง (Incorrect)
- ศีรษะก้มลง – การมองลงทำให้เกิดความเครียดที่คอและหลัง เพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บ.
- ไหล่ยกสูงและเกร็ง – ทำให้เกิดความตึงเครียดในร่างกาย ลดประสิทธิภาพการวิ่ง.
- เอนไปข้างหน้ามากเกินไป – ลดความสมดุลและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการล้ม.
- มือกำแน่นเกินไป – แขนตึงเกินไป ทำให้เสียพลังงานและลดความเร็ว.
- แขนแนบแน่นข้างลำตัว – การแกว่งแขนอย่างจำกัดทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวไม่เป็นธรรมชาติ.
- สะโพกหมุนออกด้านนอก – ทำให้สูญเสียสมดุลและเพิ่มแรงกดที่หัวเข่า.
- ก้าวขายาวเกินไป – ทำให้การวิ่งไม่เป็นธรรมชาติ และอาจเพิ่มแรงกระแทกต่อหัวเข่า.
- ลงน้ำหนักที่ส้นเท้า – ทำให้มีแรงกระแทกสูงที่หัวเข่าและข้อเท้า ทำให้มีโอกาสบาดเจ็บสูง.
การปรับท่าวิ่งตามที่แนะนำนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง
จำนวนคอมเมนต์ของโพสต์ ID 221307: 2676