โฟลิค แอซิด ประโยชน์และข้อจำกัดที่ควรรู้
โฟเลตเป็นวิตามินบีที่ร่างกายใช้สร้างสารพันธุกรรมและแบ่งเซลล์ ส่วนกรดโฟลิกเป็นรูปแบบที่ใช้ในอาหารเสริมคุณค่าและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แหล่งอ้างอิง: NIH ODS: Folate
การตั้งครรภ์
CDC แนะนำให้ผู้หญิงที่อาจตั้งครรภ์ได้รับกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน เริ่มก่อนตั้งครรภ์และต่อเนื่องในช่วงต้น เพื่อช่วยป้องกันความผิดปกติของท่อประสาทบางชนิด ไม่ใช่การป้องกันความพิการทุกประเภท แหล่งอ้างอิง: CDC: Folic Acid
ภาวะขาดสารอาหาร
การขาดโฟเลตอาจทำให้เกิดโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงโต จึงไม่ควรเหมารวมว่ากรดโฟลิกรักษาโลหิตจางทุกสาเหตุ แหล่งอ้างอิง: NIH ODS: Folate
หัวใจและสุขภาพจิต
โฮโมซิสเทอีนเป็นกรดอะมิโน ไม่ใช่ฮอร์โมน แม้กรดโฟลิกช่วยลดระดับได้ แต่ไม่ได้แปลว่าลดโรคหัวใจโดยตรง ส่วนประโยชน์ต่อภาวะซึมเศร้ายังต้องศึกษาเพิ่ม แหล่งอ้างอิง: NIH ODS: Folate
อาหารและปริมาณที่แนะนำ
ผักใบเขียว ถั่ว และส้มเป็นแหล่งโฟเลต ส่วนกรดโฟลิกในอาหารเสริมคุณค่าต้องดูฉลาก แหล่งอ้างอิง: NIH ODS: Folate
NIH ระบุความต้องการผู้ใหญ่ 400 ไมโครกรัม DFE ต่อวัน และระหว่างตั้งครรภ์ 600 ไมโครกรัม DFE หน่วยนี้ไม่ใช่น้ำหนักกรดโฟลิกในเม็ดเสริมโดยตรง แหล่งอ้างอิง: NIH ODS: Folate
ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริม
กรดโฟลิกขนาดสูงอาจบดบังภาวะขาดวิตามินบี 12 และมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรถึงยาที่ใช้อยู่ แหล่งอ้างอิง: NIH ODS: Folate
คำถามที่พบบ่อย
400 ไมโครกรัมกรดโฟลิกกับ 600 ไมโครกรัม DFE ขัดกันหรือไม่?
ไม่ใช่คำแนะนำหน่วยเดียวกัน ตัวเลขแรกของ CDC กล่าวถึงกรดโฟลิกเพื่อช่วยป้องกันท่อประสาทผิดปกติ ส่วน DFE ใช้แสดงโฟเลตรวมโดยคำนึงถึงการดูดซึมที่ต่างกัน แหล่งอ้างอิง: NIH ODS: หน่วย DFE และการตั้งครรภ์
กินเพื่อป้องกันโรคหัวใจหรือซึมเศร้าได้เลยหรือไม่?
ไม่ควรใช้คำกล่าวเดิมของบทความเป็นเหตุให้เริ่มรักษาเอง หลักฐานข้างต้นไม่รองรับคำรับรองดังกล่าว
สรุป
แยกโฟเลตในอาหาร กรดโฟลิก และหน่วย DFE ให้ชัดเจน ผู้เขียนแนะนำให้เตรียมฉลากผลิตภัณฑ์และรายชื่อยาที่ใช้อยู่ไปปรึกษาบุคลากรสุขภาพ เพื่อให้คำแนะนำตรงกับตนเอง