เทอร์โมเซตติงพลาสติกคืออะไร
เทอร์โมเซตติงพลาสติกเกี่ยวข้องกับพอลิเมอร์ที่ผ่านการบ่มแล้วเปลี่ยนเป็นโครงข่ายที่ไม่หลอมและไม่ละลาย การเปลี่ยนแปลงนี้ย้อนกลับด้วยการให้ความร้อนแบบเดิมไม่ได้ IUPAC เรียกวัสดุหลังบ่มว่าเทอร์โมเซต และระบุว่าการบ่มอาจกระตุ้นด้วยความร้อน รังสีที่เหมาะสม หรือทั้งสองอย่าง (อ้างอิง: IUPAC Gold Book: Thermosetting polymer)
ตัวอย่างหนึ่งคือฟีนอลิกเรซิน ซึ่ง IUPAC อธิบายว่าถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้าและยานยนต์ โดยอาศัยความทนความร้อน ความคงรูป และคุณสมบัติทางไฟฟ้าของวัสดุชนิดนี้ (อ้างอิง: IUPAC: Phenolic resins)
คุณสมบัติเด่น
คุณสมบัติต้องแยกตามชนิด ไม่ควรสรุปว่าเทอร์โมเซตทุกชนิดแข็งเหมือนกัน BPF ระบุว่าฟีนอลิกมีความแข็งและเปราะ ขณะที่โพลียูรีเทนชนิดหล่อเป็นอีลาสโตเมอร์มีความยืดหยุ่นและผลิตได้หลายระดับความแข็ง (อ้างอิง: British Plastics Federation: Thermosets)
ข้อเสนอแนะด้านการผลิตของผู้เขียน: ก่อนขึ้นรูปควรตรวจสูตรวัสดุ อัตราส่วนผสม เงื่อนไขการบ่ม และวิธีควบคุมขนาดกับผู้ผลิตวัสดุให้ชัดเจน ทดลองชิ้นงานก่อนเดินงานจริง และไม่ใช้เงื่อนไขของเรซินหนึ่งแทนอีกชนิดโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
ตัวอย่างการใช้งาน
BPF ยกตัวอย่างการใช้อีพอกซีในกาว สารเคลือบและชิ้นส่วนไฟฟ้า ส่วนกลุ่มเมลามีน/ยูเรียเรซินใช้ในลามิเนต ภาชนะ และอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด การใช้งานที่เหมาะสมยังต้องตรวจเกรดผลิตภัณฑ์เฉพาะ (อ้างอิง: British Plastics Federation: ตัวอย่างการใช้งาน)
การเลือกวัสดุจึงต้องตรวจคุณสมบัติที่ต้องใช้จริง เช่น อีพอกซีเด่นด้านการยึดเกาะและทนสารเคมี ขณะที่ฟีนอลิกมีคุณสมบัติด้านความทนความร้อนและทางไฟฟ้า ตามข้อมูลสรุปของ BPF ไม่ควรใช้เพียงชื่อกลุ่มพลาสติกตัดสินความเหมาะสม (อ้างอิง: British Plastics Federation: คุณสมบัติตามชนิด)
ต่างจากเทอร์โมพลาสติกอย่างไร
เมื่อเปรียบเทียบกับเทอร์โมพลาสติก จุดที่ต้องจำของเทอร์โมเซตคือเกิดโครงข่ายถาวรหลังบ่ม จึงไม่สามารถนำชิ้นงานที่บ่มแล้วกลับมาหลอมขึ้นรูปด้วยความร้อนแบบเดิมได้ คำว่า “ไม่หลอม” ไม่ได้แปลว่าทนความร้อนได้ไม่จำกัด (อ้างอิง: IUPAC: โครงข่ายหลังบ่ม)
ข้อเสนอแนะของผู้เขียน: ระบุอุณหภูมิ แรง สารเคมี และข้อกำหนดของงานก่อนเปรียบเทียบวัสดุ ขอผลทดสอบและแนวทางจัดการชิ้นงานหมดอายุจากผู้ผลิต แทนการสรุปว่าเทอร์โมเซตหรือเทอร์โมพลาสติกเหมาะกว่ากันในทุกกรณี