ภาพรวมที่ควรรู้
พลังงานทางเลือกในบทความนี้เน้นกลุ่มพลังงานหมุนเวียน ซึ่ง EIA อธิบายว่าเป็นพลังงานจากแหล่งที่ธรรมชาติเติมกลับได้ แต่ปริมาณที่นำมาใช้ยังขึ้นกับความพร้อมของทรัพยากร (อ้างอิง: EIA: Renewable energy explained)
ผู้เขียนใช้ขอบเขตนี้เพื่ออธิบายตัวอย่างให้ชัด และไม่ถือว่าคำว่า “ทางเลือก” รับประกันว่าทุกเทคโนโลยีมีต้นทุนต่ำหรือไม่มีผลกระทบ
ตัวอย่างแหล่งพลังงาน
ตัวอย่างพลังงานหมุนเวียนตาม EIA ได้แก่ ชีวมวล พลังน้ำ ความร้อนใต้พิภพ ลม และแสงอาทิตย์ (อ้างอิง: EIA: ประเภทพลังงานหมุนเวียน)
พลังงานแสงอาทิตย์ใช้ได้ทั้งในระบบผลิตความร้อนและเซลล์แสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนแสงเป็นไฟฟ้าโดยตรง (อ้างอิง: EIA: Solar thermal และ Solar PV)
ประโยชน์และผลกระทบ
EIA ระบุว่าพลังงานหมุนเวียนมีบทบาทช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยยกบริบทด้านความมั่นคงพลังงานของสหรัฐฯ (อ้างอิง: EIA: บทบาทของพลังงานหมุนเวียน)
อย่างไรก็ตาม การเผาชีวมวลยังปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และควันไม้มีมลพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์และฝุ่นละออง จึงไม่ควรเรียกทุกการใช้ชีวมวลว่าปราศจากมลพิษ (อ้างอิง: EIA: Biomass and the environment)
ข้อจำกัดที่ต้องวางแผน
ปริมาณแสงอาทิตย์ที่ใช้ได้เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา สถานที่ ฤดูกาล และสภาพอากาศ ตามข้อจำกัดที่ EIA ระบุ (อ้างอิง: EIA: ข้อจำกัดพลังงานแสงอาทิตย์)
ผู้เขียนเสนอให้ผู้วางระบบเทียบช่วงผลิตกับช่วงใช้งาน และประเมินการเชื่อมระบบหรือการสำรองตามความต้องการ แทนการกำหนดว่าทุกโครงการต้องติดแบตเตอรี่
ข้อควรระวัง
ก่อนตัดสินใจ ผู้เขียนแนะนำให้ตรวจพื้นที่ใช้งาน งบติดตั้ง ค่าดูแล และเงื่อนไขบริการจากผู้เสนอระบบ โดยใช้ข้อมูลของสถานที่จริง
ตัวอย่างสมมติคืออาคารที่ต้องการผลิตไฟฟ้าใช้ตอนกลางวัน ควรรวบรวมบิลและรูปแบบการใช้ไฟก่อนขอประเมิน ไม่ควรนำระยะคืนทุนของอาคารอื่นมาใช้ตรง ๆ
สรุปสำหรับเริ่มต้น
เริ่มจากสำรวจการใช้พลังงานและจุดที่ปรับลดได้ แล้วเปรียบเทียบเทคโนโลยีที่เหมาะสม เป็นลำดับการพิจารณาที่ผู้เขียนเสนอ
เมื่อได้ข้อเสนอ ให้แยกสมมติฐาน ค่าใช้จ่าย และผลที่คาดออกจากผลที่รับประกันในสัญญา เพื่อให้ตรวจและเปรียบเทียบข้อมูลได้ชัดเจน