เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาประเทศ เป็นการนำหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันมาใช้ประกอบการตัดสินใจ มูลนิธิชัยพัฒนาอธิบายว่าปรัชญานี้ใช้ได้ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน จนถึงการพัฒนาและบริหารประเทศ (อ้างอิง: มูลนิธิชัยพัฒนา — ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง)
เข้าใจหลักความพอประมาณ
ความพอประมาณหมายถึงความพอดีที่ไม่มากหรือน้อยเกินไปและไม่เบียดเบียนตนเองหรือผู้อื่น (อ้างอิง: มูลนิธิชัยพัฒนา — ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) สำหรับการออกแบบโครงการ ผู้เขียนเสนอให้เทียบขนาดงานกับงบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรที่มี ก่อนกำหนดเป้าหมาย
ใช้เหตุผลและข้อมูล
ความมีเหตุผลให้พิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ (อ้างอิง: มูลนิธิชัยพัฒนา — ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ตัวอย่างการประยุกต์คือรวบรวมข้อมูลปัญหาจากผู้ได้รับผลกระทบ เปรียบเทียบทางเลือก และระบุเหตุผลว่าทำไมจึงเลือกแนวทางนั้น
สร้างภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยง
ภูมิคุ้มกันหมายถึงการเตรียมพร้อมรับผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น (อ้างอิง: มูลนิธิชัยพัฒนา — ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ผู้เขียนเสนอให้โครงการมีแผนสำรอง ระบุผู้รับผิดชอบ และทดลองว่าหากรายได้หรือต้นทุนเปลี่ยน จะปรับการดำเนินงานอย่างไร
ใช้ความรู้ควบคู่คุณธรรม
การใช้หลักปรัชญาต้องอาศัยความรู้และความรอบคอบควบคู่กับคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความเพียร (อ้างอิง: มูลนิธิชัยพัฒนา — ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ในทางปฏิบัติจึงควรเปิดเผยข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจ ตรวจสอบค่าใช้จ่าย และรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เชื่อมชุมชนกับนโยบาย
ตัวอย่างแนวทางของผู้เขียนคือเริ่มจากปัญหาที่ชุมชนระบุร่วมกัน เช่น ต้นทุนการผลิตหรือการจัดการทรัพยากร แล้วกำหนดว่าหน่วยงานแต่ละระดับจะสนับสนุนอะไร การประยุกต์ควรสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ไม่ใช้โครงการเดียวแทนคำตอบทุกชุมชน
เริ่มเล็ก วัดผล และปรับปรุง
ก่อนขยายโครงการ ควรกำหนดตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ ทดลองในขนาดที่รับความเสี่ยงไหว และทบทวนผลร่วมกับผู้ใช้จริง ข้อเสนอนี้เป็นแนวทางประยุกต์ของผู้เขียน ไม่ใช่การรับประกันว่าโครงการใดจะสำเร็จเพียงเพราะใช้ชื่อเศรษฐกิจพอเพียง