ในกรณีละเมิดที่ทำให้เสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 รองรับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปและค่าเสียความสามารถประกอบการงานทั้งปัจจุบันและอนาคต ส่วนมาตรา 446 กล่าวถึงความเสียหายอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงินด้วย ทั้งนี้ รายการและจำนวนที่เรียกได้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี (อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 และ 446 — เอกสารเผยแพร่โดยเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี) การจัดข้อมูลเป็นหมวดช่วยให้เห็นความเสียหายและหลักฐานที่ต้องเตรียมครบขึ้น
บันทึกค่ารักษาทั้งปัจจุบันและต่อเนื่อง
รวบรวมใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ รายการยา ค่าตรวจ อุปกรณ์ และแผนรักษาต่อเนื่อง เรียงตามวันที่และเก็บสำเนาไว้ในที่ปลอดภัย
คำนวณรายได้ที่หายอย่างมีหลักฐาน
ใช้สลิปเงินเดือน หนังสือรับรอง รายการรับงาน หรือเอกสารบัญชีประกอบช่วงที่ทำงานไม่ได้ หากรายได้ไม่คงที่ ควรสรุปที่มาและวิธีคำนวณให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
อย่าลืมค่าเดินทางและการดูแล
ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ผู้ดูแล การปรับที่อยู่อาศัย และอุปกรณ์ช่วยเหลืออาจเกี่ยวข้อง ควรบันทึกเหตุผล วันที่ และยอดจ่ายพร้อมหลักฐานทุกครั้ง การรวบรวมรายการเหล่านี้ไม่ใช่การยืนยันว่าจะได้รับชดใช้ทุกรายการ ต้องให้ผู้ให้คำปรึกษาตรวจความจำเป็นและความเชื่อมโยงกับเหตุละเมิดเป็นรายกรณี
ประเมินผลกระทบระยะยาว
แผนฟื้นฟู ความสามารถทำงาน และความช่วยเหลือในอนาคตควรอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ไม่ควรคาดเดาตัวเลขโดยไม่มีเอกสารรองรับ
แยกความเสียหายออกจากความรับผิด
ยอดความเสียหายเป็นคนละประเด็นกับผู้มีหน้าที่รับผิด ควรเก็บบันทึกเหตุการณ์ ภาพ เอกสารแจ้งเหตุ ข้อมูลคู่กรณี และการติดต่อทั้งหมดโดยไม่แก้ไขต้นฉบับ
ก่อนรับข้อเสนอควรเช็กอะไร
- รายการความเสียหายครบทุกหมวดหรือยัง
- เอกสารแพทย์และรายได้สอดคล้องกันหรือไม่
- ข้อเสนอครอบคลุมผลกระทบต่อเนื่องเพียงใด
- มีเงื่อนไขสละสิทธิใดในเอกสารหรือไม่
- ต้องขอคำปรึกษาเฉพาะกรณีหรือไม่
สิทธิและวิธีคำนวณขึ้นกับข้อเท็จจริง กฎหมาย และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง บทความนี้เป็นแนวทางจัดเตรียมข้อมูลทั่วไป ไม่แทนคำแนะนำทางกฎหมายหรือการประเมินทางการแพทย์เฉพาะบุคคล