วิธีการปลูกกะเพรา ไม่ได้เริ่มจากการมีสวนใหญ่ แต่เริ่มจากการเข้าใจธรรมชาติของพืชชนิดนี้ การปลูกในภาชนะควรตรวจพื้นที่รับแสง ความอุดมสมบูรณ์ของวัสดุปลูก และน้ำที่เพียงพอ (อ้างอิง: กรมส่งเสริมการเกษตร — ปลูกผักในพื้นที่จำกัด)
เตรียมอุปกรณ์และเลือกพันธุ์กะเพรา
เลือกกะเพราขาวหรือกะเพราแดงตามกลิ่นและรสที่ชอบ เตรียมกระถางที่มีรูระบายน้ำ ขนาดเหมาะกับการเติบโต ดินร่วน ปุ๋ยหมัก และเมล็ดหรือต้นกล้าที่แข็งแรง แนวทางกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำภาชนะสำหรับกะเพราที่มีรูระบายน้ำ เส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 10 นิ้วและลึก 50 เซนติเมตร (อ้างอิง: กรมส่งเสริมการเกษตร)
ผสมดินให้โปร่งและอุ้มน้ำพอดี
เตรียมวัสดุปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์และเหมาะกับภาชนะ (อ้างอิง: กรมส่งเสริมการเกษตร) หากใช้ดินสำเร็จรูปให้ตรวจส่วนผสมและคำแนะนำบนถุง อย่ายึดอัตราผสมเดียวกับดินทุกชนิด
เพาะเมล็ดและย้ายต้นกล้า
แนวทางปลูกกะเพราเพื่อเก็บใบของกองขยายพันธุ์พืชให้เตรียมแปลง รดน้ำให้ชุ่ม หว่านเมล็ดให้ทั่ว และแยกปลูกเมื่อต้นกล้าอายุประมาณ 25–30 วัน โดยใช้ระยะ 20 × 20 เซนติเมตร (อ้างอิง: กองขยายพันธุ์พืช ผ่านศูนย์วิทยบริการฯ)
แดด น้ำ และปุ๋ยที่เหมาะสม
สำรวจแสงในจุดปลูกก่อน กะเพราสามารถปรับตัวในที่ร่มรำไรได้ตามแนวทางปลูกผักในพื้นที่จำกัด (อ้างอิง: กรมส่งเสริมการเกษตร) รดน้ำสม่ำเสมอและกำจัดวัชพืช (อ้างอิง: ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร) การใส่ปุ๋ยในกระถางควรตรวจฉลากและปรับตามสภาพต้น ไม่เพิ่มปุ๋ยโดยไม่ดูความชื้นก่อน
เก็บยอดอย่างไรให้แตกพุ่ม
แนวทางกองขยายพันธุ์พืชระบุว่าเริ่มเก็บได้ประมาณ 30 วันหลังย้ายปลูก และควรเด็ดยอดอ่อนที่เป็นดอกทิ้งเป็นประจำเพื่อให้แตกใบใหม่ (อ้างอิง: กองขยายพันธุ์พืช — การเก็บเกี่ยวกะเพรา)
แก้ปัญหาใบเหลืองและแมลง
เมื่อใบเหลืองให้บันทึกอาการ ตรวจความชื้นและรอยแมลงก่อนเลือกวิธีแก้ หากอาการลุกลามควรนำภาพและประวัติการดูแลไปปรึกษาเจ้าหน้าที่เกษตร หมั่นกำจัดวัชพืชเพื่อลดแหล่งสะสมโรคและแมลง (อ้างอิง: ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร)
สรุปแผนปลูกให้สำเร็จ
หัวใจคือดินโปร่ง แดดถึง น้ำพอดี และเด็ดยอดเป็นประจำ จดวันที่เพาะและวันให้ปุ๋ยไว้สั้น ๆ แล้วปรับตามสภาพอากาศ ติดตามการแตกยอดจริงและเก็บเท่าที่ต้นพร้อม