กีวี่ สรรพคุณ ที่คนสนใจมักเกี่ยวกับวิตามินซี ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ (อ้างอิง: University of Minnesota) (อ้างอิง: NIH — วิตามินซี) ผลไม้ชนิดนี้กินง่ายและนำไปใช้ได้หลายเมนู แต่ประโยชน์ที่แท้จริงควรมองร่วมกับปริมาณ อาหารทั้งวัน และภาวะสุขภาพของแต่ละคน
คุณค่าทางอาหารที่โดดเด่น
กีวี่ให้วิตามินซี วิตามินเค และใยอาหาร (อ้างอิง: University of Minnesota — ข้อมูลโภชนาการกีวี) ควรกินสลับกับผลไม้ชนิดอื่นและพิจารณาอาหารทั้งวัน
ใยอาหารกับระบบขับถ่าย
การได้รับใยอาหารและน้ำเพียงพอช่วยให้อุจจาระนุ่มและถ่ายง่ายขึ้น ควรเพิ่มใยอาหารทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายปรับตัว ส่วนปริมาณน้ำควรเหมาะกับภาวะสุขภาพของแต่ละคน (อ้างอิง: NIDDK — อาหารและน้ำสำหรับผู้มีอาการท้องผูก)
วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ
วิตามินซีมีส่วนช่วยการทำงานของภูมิคุ้มกัน การสร้างคอลลาเจน และการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช (อ้างอิง: NIH) อย่างไรก็ตาม กีวี่ไม่ใช่ยารักษาโรคและไม่ทดแทนการนอน ออกกำลังกาย หรืออาหารที่สมดุล
กินอย่างไรให้เหมาะ
ล้างผิวด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านก่อนปอกหรือหั่น (อ้างอิง: FDA) ผ่าครึ่งแล้วตักเนื้อกิน หรือหั่นใส่โยเกิร์ตและสลัด (อ้างอิง: University of Minnesota)
การเลือกและเก็บรักษา
ผลที่พร้อมกินจะนิ่มเล็กน้อยเมื่อกดเบา ๆ แต่ไม่เละ หากยังแข็งให้พักที่อุณหภูมิห้อง เมื่อสุกแล้วเก็บในตู้เย็นเพื่อชะลอการสุก แยกจากผลไม้ที่ปล่อยก๊าซเอทิลีนหากไม่ต้องการให้สุกเร็ว (อ้างอิง: University of Minnesota — การเลือกและเก็บกีวี)
ข้อควรระวัง
ผู้แพ้กีวี่อาจคันปาก บวม หรือหายใจลำบาก ควรหยุดกินและขอความช่วยเหลือเมื่อมีอาการรุนแรง (อ้างอิง: Anaphylaxis UK — การแพ้กีวี) ผู้ที่แพทย์กำหนดข้อจำกัดด้านอาหารควรปรึกษาผู้ดูแลสุขภาพก่อนเปลี่ยนปริมาณอาหารอย่างมาก
สรุป
กีวี่เป็นทางเลือกผลไม้ที่มีสารอาหารหนาแน่น กินในปริมาณพอดี สลับกับผลไม้อื่น และคำนึงถึงข้อจำกัดส่วนบุคคล จะช่วยให้ได้รับประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน