เริ่มจากวัดอัตราสิ้นเปลืองจริง
วิธีวัดตามแนวทาง EMSD คือเติมเต็มถังและจดเลขไมล์ ครั้งถัดไปเติมเต็มอีกครั้งแล้วบันทึกลิตรที่เติมกับระยะทางที่วิ่ง สูตรลิตรต่อ 100 กิโลเมตรคือ ลิตรที่ใช้ × 100 ÷ ระยะทางกิโลเมตร (อ้างอิง: EMSD: Fuel Economy Calculator) หากต้องการหน่วยกิโลเมตรต่อลิตร ให้นำระยะทางหารด้วยลิตร ตัวอย่างสมมติของผู้เขียน วิ่ง 400 กิโลเมตร เติมกลับ 25 ลิตร เท่ากับ 16 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 6.25 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร
ดูอาการผิดปกติของรถ
ควรตรวจแรงดันลมยางตามคู่มือหรือป้ายของรถ ใช้น้ำมันเครื่องเกรดที่ผู้ผลิตแนะนำ และให้ช่างตรวจเมื่อไฟเครื่องยนต์เตือน ส่วนการเปลี่ยนไส้กรองอากาศตันในรถหัวฉีดที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์อาจช่วยอัตราเร่ง แต่ไม่ควรเหมารวมว่าจะทำให้ประหยัดน้ำมันขึ้น (อ้างอิง: FuelEconomy.gov: การบำรุงรักษาและข้อจำกัดของไส้กรอง)
ปรับพฤติกรรมช่วยประหยัดได้
การขับเร็ว เร่งรุนแรง และเบรกบ่อยทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง การขับอย่างนุ่มนวลจึงเป็นแนวทางที่ FuelEconomy.gov แนะนำ โดยผลที่ได้แตกต่างตามรถและสภาพการเดินทาง (อ้างอิง: FuelEconomy.gov: ขับอย่างมีประสิทธิภาพ)
สรุปแนวทางใช้งาน
ผู้เขียนแนะนำให้เก็บข้อมูลหลายถังพร้อมบันทึกเส้นทาง รถติด น้ำหนักบรรทุก และการใช้แอร์ แล้วเปรียบเทียบช่วงที่เงื่อนไขใกล้เคียงกัน หากอัตราสิ้นเปลืองเปลี่ยนผิดปกติให้ตรวจสภาพรถ ไม่สรุปว่าชิ้นส่วนใดเสียจากตัวเลขเพียงค่าเดียว