Present-Simple-Tense

Present Simple Tense (Present Simple Tense) โครงสร้างประโยคป

Present Simple Tense

Present Simple Tense คือ โครงสร้างประโยคปัจจุบัน แบบพื้นฐานง่ายๆ ใช้บอกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

present simple tense

โครงสร้าง Present Simple Tense

Present simple tense โครงสร้างประโยค มีโครงสร้างที่เรียบง่าย โดยสิ่งสำคัญหลักอย่างหนึ่งคือการใช้คำกริยาช่อง 1 แต่ก็มีความซับซ้อนเล็กน้อย ตรงที่จะมีการใช้คำกริยารูป s/es ด้วย โดยจะมีหลักการ คือ

Present simple ตัวอย่างประโยค

  1. ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ ( เช่น we, they, boys, teachers, dogs, books ) หรือเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 1 และ 2 ( I และ you) เราจะต้องใช้คำกริยารูปปกติ ( เช่น go, come, eat, drink, walks )
  2. ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 (เช่น he, she, it, boy, teacher, cat, pen) เราจะต้องใช้คำกริยารูปที่เติม s/es (เช่น goes, comes, eats)

รูปประโยคของ Present Simple Tense เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ มีรูปแบบดังต่อไปนี้

Present Simple Tense ประโยคบอกเล่า

โครงสร้างของประโยคบอกเล่า : Subject + Verb.1 + ( Object/Complement ) ตัวอย่างประโยคบอกเล่า เช่น

  1. I love my dog. ( ฉันรักสุนัข )
  2. He plays tennis very well. ( เขาเล่นเทนนิสเก่งมาก )
  3. She goes to theater every week. ( เธอไปโรงหนังทุกสัปดาห์ )
  4. They enjoy playing guitar. ( พวกเขาสนุกกับการเล่นกีตาร์ )
ประโยคบอกเล่า present simple
ประโยคบอกเล่า present simple

ความรู้เพิ่มเติม : หลักการเติม s,es คือ คำกริยาที่ลงท้ายด้วย ch, o, s, ss, sh, x ให้เติม es เมื่อประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (He, She, It) เช่น

  1. She goes to see a movie. ( เธอไปดูหนัง )
  2. He washes his car. ( เขาล้างรถ )
  3. It makes me happy. ( มันทำให้ฉันมีความสุข )

Present Simple Tense ประโยคคำถาม

การใช้ present simple tense ในประโยคคำถาม จะมีโครงสร้างหลักๆ 2 แบบ คือ

ประโยคที่ใช้ verb to be เป็นคำกริยาหลัก ถ้าประโยคมี verb to be ( is, am, are ) เป็นคำกริยาหลัก จะขึ้นต้นประโยคด้วย verb to be โครงสร้างของประโยคคำถาม : Verb to be + subject + (object/complement)? ตัวอย่างประโยคคำถาม เช่น

  1. Is he play football?
  2. ( เขาเล่นฟุตบอลหรือเปล่า )
  3. ประโยคบอกเล่า : He is plays football.
  • Am I right?
  • ( ฉันถูกหรือเปล่า )
  • ประโยคบอกเล่า : I am right.
  • Are they swimmer?
  • ( พวกเขาเป็นนักว่ายน้ำหรือเปล่า )
  • ประโยคบอกเล่า : They are swimmer.

ประโยคที่ไม่ได้ใช้ verb to be เป็นคำกริยาหลัก

ถ้าประโยคมีคำกริยาหลักเป็นคำกริยาอื่นที่ไม่ใช่ verb to be จะขึ้นต้นประโยคด้วย do/does แล้วคงคำกริยาหลักไว้หลังประธาน เหมือนประโยคบอกเล่าโครงสร้างของประโยคคำถาม : Do/Does + subject + verb 1 + ( object/complement )? ตัวอย่างประโยคคำถาม เช่น

  1. Do they play piano?
  2. ( พวกเขาเล่นเปียโนหรือเปล่า )
  3. ประโยคบอกเล่า : They play piano
  4. Do they go to school yesterday?
  5. ( พวกเขาได้ไปโรงเรียนเมื่อวานหรือเปล่า )
  6. ประโยคบอกเล่า : They go to school yesterday.
  7. Does she play volley ball?
  8. ( เธอเล่นวอลเลย์บอลมั้ย )
  9. ประโยคบอกเล่า : She plays volley ball.
ประโยคคำถาม present simple
ประโยคคำถาม present simple

Present Simple Tense ประโยคปฏิเสธ

การใช้ Present Simple Tense ในประโยคปฏิเสธ จะมีโครงสร้างหลักๆ 2 แบบ คือ ประโยคที่ใช้ verb to be เป็นคำกริยาหลัก ถ้าประโยคมี verb to be ( is, am, are ) เป็นคำกริยาหลัก สามารถใช้ not หลัง verb to be ได้เลย โดยเขียน is not ย่อเป็น isn’t และ are not ย่อเป็น aren’t ได้ แต่สำหรับ am not จะไม่ใช้รูปย่อ โครงสร้างประโยคปฏิเสธ : Subject + verb to be + not + ( object/complement ) ตัวอย่างประโยคปฏิเสธ เช่น

  1. She isn’t a teacher.
  2. ( เธอไม่ใช่คุณครู )
  3. ประโยคบอกเล่า : She is a teacher.
  4. They aren’t my friends.
  5. ( พวกเขาไม่ใช่เพื่อนของฉัน )
  6. ประโยคบอกเล่า : They are my friends.

ประโยคที่ไม่ได้ใช้ verb to be เป็นคำกริยาหลัก

ถ้าประโยคมี คำกริยาหลักที่ไม่ใช่ verb to be เราจะใช้ do/does + not ไว้หน้าคำกริยาหลัก โดยเราสามารถเขียน do not ย่อเป็น don’t และ does not ย่อเป็น doesn’t โครงสร้างประโยคปฏิเสธ : Subject + do/does + not + verb 1 + ( object/complement ) ตัวอย่างประโยคปฏิเสธ เช่น

  1. He doesn’t play guitar.
  2. ( เขาไม่ได้เล่นกีตาร์ )
  3. ประโยคบอกเล่า : He plays the guitar.
  4. They don’t like to eat vegetable.
  5. ( พวกเขาไม่ชอบกินผัก )
  6. ประโยคบอกเล่า : They like to eat vegetable.

ลักษณะการใช้ Present Simple Tense เพื่อใช้พูดถึงเหตุการณ์ในปัจจุบัน มีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

  1. ใช้เพื่อพูดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน อดีต หรือความเป็นจริงของธรรมชาติ เช่น
  • Rice is staple food of Thailand. ( ข้าวเป็นอาหารจานหลักของเมืองไทย )
  • Thailand is located in Southeast Asia. ( ประเทศไทยตั้งอยู่ที่ทวีปตะวันออกเชียงใต้ )
  1. ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ นิสัย หรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน เช่น
  • I drink milk every night. ( ฉันดื่มนมทุกคืน )
  • I read books every day. ( ฉันอ่านหนังสือทุกวัน )
  1. ใช้เพื่อพูดบอกทิศทาง เวลา หรือคำแนะนำ
  • This class starts at 8 o’clock. ( วิชานี้เริ่มตอน 8 โมง )
  • You go straight along the road and turn left at the conner. ( คุณตรงไปตามถนนแล้วเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม )
ประโยคปฏิเสธ present simple
ประโยคปฏิเสธ present simple

คำบอกเวลากับ Present Simple Tense

Present Simple Tense จะถูกใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเรามักจะเห็นคำบอกเวลาในเชิงความถี่ ( Adverbs of Frequency ) ในประโยคบ่อยๆ ได้แก่

Adverbs of Frequency คำบอกเวลา
Always สม่ำเสมอ, เป็นประจำ
Usually มักจะ
Normally โดยปกติ
Generally โดยปกติ
Usually โดยปกติ
Frequently บ่อย ๆ
Often บ่อย ๆ
Occasionally เป็นครั้งคราว
Hardly แทบจะไม่เคย
Never ไม่เคย
Rarely แทบจะไม่เคย
Seldom นาน ๆ ครั้ง
Sometimes บางครั้ง

ตัวอย่างประโยคก็อย่างเช่น

adverbs of frequency คือ
adverbs of frequency คือ
  • He always goes to the gym. ( เขาไปที่โรงยิมเป็นประจำ )
  • She never drinks alcohol. ( เธอไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์ )
  • I usually watch a movie after finish homework. ( ฉันมักจะดูหนังหลังจากทำการบ้านเสร็จ )
  • My mom drives me to school sometimes. ( แม่ของฉันขับรถไปส่งที่โรงเรียนบางครั้ง )
  • Lisa often exercises after works. ( ลิซ่ามักจะออกกำลังกายหลังเลิกงาน )

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาวเพื่อให้คะแนน!

คะแนนเฉลี่ย 5 / 5. จำนวนคะแนนเสียง: 260

เป็นคนแรกที่ให้คะแนนโพสต์นี้!

จำนวนคอมเมนต์ของโพสต์ ID 174690: 5918