ภาพประกอบการแบ่งขนาดธุรกิจ เล็ก กลาง ใหญ่

การแบ่งขนาดธุรกิจ เล็ก กลาง ใหญ่ (2570) เกณฑ์สำคัญครบดีมากนะ

การแบ่งขนาดธุรกิจ เล็ก กลาง ใหญ่ ต้องระบุว่าใช้เกณฑ์ของหน่วยงานใดและใช้เพื่อเรื่องอะไร บทความนี้ยกเกณฑ์ SME ที่ ก.ล.ต. เผยแพร่ในบริบทการเสนอหลักทรัพย์แบบวงจำกัด พร้อมแยกข้อเสนอแนะด้านการบริหารออกจากเงื่อนไขทางกฎหมาย

ทำไมต้องแบ่งขนาดธุรกิจ

ก.ล.ต. ใช้นิยาม SME ตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2562 ในการอธิบายคุณสมบัติกิจการสำหรับ PP–SME โดยแยกภาคการผลิตออกจากภาคการค้าและบริการ และแสดงทั้งเกณฑ์การจ้างงานกับรายได้ (อ้างอิง: ก.ล.ต. — คุณสมบัติกิจการ PP–SME)

เกณฑ์ที่ใช้พิจารณา

ตารางของ ก.ล.ต. ระบุเพดานขนาดย่อมสำหรับภาคการผลิตที่การจ้างงาน 50 คนและรายได้ 100 ล้านบาทต่อปี ส่วนภาคการค้าและบริการอยู่ที่ 30 คนและ 50 ล้านบาท เพดานขนาดกลางสำหรับภาคการผลิตอยู่ที่ 200 คนและ 500 ล้านบาท ส่วนการค้าและบริการอยู่ที่ 100 คนและ 300 ล้านบาท การจัดกลุ่มจริงต้องอ่านเงื่อนไขนิยามประกอบ ไม่เลือกเฉพาะตัวเลขที่ทำให้ได้กลุ่มที่ต้องการ (อ้างอิง: ก.ล.ต. — ตารางนิยามขนาดย่อมและขนาดกลาง)

แนวทางของแต่ละขนาด

สำหรับวิสาหกิจขนาดใหญ่ในบริบทนี้ ก.ล.ต. อ้างประกาศ ทจ. 25/2565 ซึ่งหมายถึงบริษัทจำกัดที่มีจำนวนการจ้างงานหรือรายได้ต่อปีมากกว่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (อ้างอิง: ก.ล.ต. — นิยามวิสาหกิจขนาดใหญ่) ข้อเสนอแนะของผู้เขียนคือให้ทุกขนาดติดตามกระแสเงินสดและกำหนดผู้รับผิดชอบงานชัดเจน แล้วเพิ่มระบบควบคุมตามความซับซ้อนของกิจการ

ใช้ข้อมูลนี้วางแผนเติบโต

ข้อเสนอแนะของผู้เขียนสำหรับวางแผนเติบโตคือรวบรวมข้อมูลรายได้ การจ้างงาน และภาระงานจริงก่อนเลือกลงทุนเพิ่ม หากนำการจัดขนาดไปสมัครโครงการหรือใช้สิทธิใด ให้ตรวจเงื่อนไขของโครงการนั้นโดยตรง ไม่ถือว่าตารางในบทความยืนยันสิทธิทุกประเภทหรือยืนยันกฎสำหรับปี 2570 ล่วงหน้า

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

Average rating 5 / 5. Vote count: 8

No votes so far! Be the first to rate this post.