หลอดไส้ คือ อะไร

ข้อดีข้อเสียหลอดไส้ทำจากอะไร รู้แล้วอย่างฮา 4 ข้อ?

หลอดไส้ คือ อะไร

หลอดไส้ (Fluorescent Tube) หรือที่บางครั้งเรียกว่า “หลอดฟลูออเรสเซนต์” คือ อุปกรณ์ส่องแสงที่ทำงานโดยการใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อกระจายแสงฟลูออเรสเซนต์ภายในหลอด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานเมื่อเทียบกับหลอดอินแคนเดสเซนต์ หลอดไส้มีโครงสร้างที่แตกต่างจากหลอดอินแคนเดสเซนต์ เนื่องจากมีการใช้งานแหล่งแสงสามารถกระจายแสงสีเหลืองแบบฟลูออเรสเซนต์ จากกระบวนการทำงานภายในหลอด.

โครงสร้างของหลอดไส้ประกอบด้วยส่วนสำคัญต่อไปนี้

  1. หลอดกากบาท (Glass Envelope) เป็นส่วนของหลอดที่ทำจากแก้วที่มีความโปร่งแสง และภายในหลอดจะปักหลายส่วนสำคัญอยู่เช่น โค้งไฟลาเมนต์ โคมเลนส์ และสารกระจายแสงฟลูออเรสเซนต์.

  2. ไฟลาเมนต์ (Phosphor Coating) ภายในหลอดมีการเคลือบสารกระจายแสงฟลูออเรสเซนต์บนฐานของไฟลาเมนต์ ซึ่งเมื่อไฟลาเมนต์ประสานกระแสไฟฟ้า จะสร้างคลื่นแสงเหลืองแบบฟลูออเรสเซนต์.

  3. ก๊าซในหลอด (Gas) หลอดไส้มักมีก๊าซอาร์กอน (Argon) หรือก๊าซเฮลิอัม (Helium) เพื่อใช้เป็นสื่อเผาผลาญและช่วยให้กระบวนการสร้างแสงฟลูออเรสเซนต์เป็นไปได้.

  4. เทอร์มินอลบอลลาสต์ (Thermal Ballast) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านไปในหลอด เพื่อให้ไฟลาเมนต์ทำงานในสภาวะปกติและประสบการณ์การเผาผลาญที่สม่ำเสมอ.

หลอดไส้มีความสามารถในการสร้างแสงสว่างในจำนวนมากในช่วงเวลานาน และมักนำมาใช้งานในสถานที่ที่ต้องการแสงสว่างทั่วไปเช่น โรงงาน อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และที่อื่น ๆ รวมถึงมีการพัฒนาหลอดไส้ที่ใช้พลังงานได้มากขึ้นและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “หลอดไส้คม” (Compact Fluorescent Lamp หรือ CFL) หรือหลอดไฟหลุมสายบอลลาสต์ (Fluorescent Tube Lamp) ที่มีขนาดเล็กกว่าและสามารถใส่ลงในฐานแลมป์แบบมาตรฐานได้ ซึ่งมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานเป็นแสงสูงขึ้นและใช้พลังงานน้อยลง.

หลอดไส้ ข้อดี ข้อเสีย

หลอดไส้ (Fluorescent Tube) มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาเมื่อพิจารณาใช้งาน ดังนี้

ข้อดีของหลอดไส้

  1. ประหยัดพลังงาน หลอดไส้มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานเป็นแสงสูงกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์ สามารถประหยัดพลังงานได้ประมาณ 50-90% ต่อหน่วยพลังงานที่ใช้งาน.

  2. อายุการใช้งาน หลอดไส้มีอายุการใช้งานที่ยาวกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์ สามารถใช้งานได้ประมาณ 10,000 – 20,000 ชั่วโมง หรือมากกว่าขึ้นอยู่กับรุ่นและประเภท.

  3. ความสว่างและสี หลอดไส้สร้างแสงสว่างที่มีความสว่างและคุณภาพสีที่ดีกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์ และสามารถเลือกเส้นผ่านได้หลากหลายสี เช่น แสงสีธรรมชาติหรือแสงสีเหลืองอุ่น.

  4. เหมาะสำหรับการใช้งานนานเป็นเวลา หลอดไส้เหมาะสำหรับการใช้งานนานเป็นเวลา เช่น ในอาคารสำนักงาน โรงงาน ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน.

ข้อเสียของหลอดไส้

  1. เริ่มแสงช้า หลอดไส้อาจต้องใช้เวลาเพื่อเริ่มแสง และบางครั้งอาจต้องรอให้แสงสม่ำเสมอก่อนที่จะมีความสว่างเต็มที่.

  2. ราคาแพงกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์ หลอดไส้มักมีราคาสูงกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์ ในราคาต่อหลอด และรวมถึงราคาของบอลลาสต์ (ballast) ที่ต้องใช้เพิ่มเติม.

  3. มีสารพิษ บางรุ่นของหลอดไส้อาจมีสารประกอบที่เป็นพิษ เช่น ปรอทัสเซียม (Mercury) ซึ่งเป็นสารที่อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเมื่อถูกปล่อยออกมา.

  4. ความสูญเสียเมื่อเริ่มทำงานบ่อยครั้ง การเปิด-ปิดหลอดไส้บ่อยครั้งอาจทำให้อายุการใช้งานลดลงเร็วขึ้น เนื่องจากกระบวนการการเผาผลาญที่เกิดขึ้นในไฟลาเมนต์.

  5. มีค่าซ่อมแซมสูง หากหลอดไส้เสียหรือเสื่อมสภาพ การแก้ไขและการเปลี่ยนหลอดอาจต้องใช้งบประมาณที่สูงกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์.

  6. อุณหภูมิที่มากกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์ หลอดไส้ทำงานในอุณหภูมิสูงกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความร้อนมากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง.

การเลือกใช้งานหลอดไส้หรือหลอดอื่น ๆ ควรพิจารณาด้วยความเหมาะสมกับสถานที่และการใช้งาน รวมถึงความต้องการเกี่ยวกับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและความคุ้มค่าในระยะยาว.

ไส้หลอดไฟ ทํามาจากอะไร

ไส้หลอดไฟ (Fluorescent Tube) ทำจากวัสดุที่เรียกว่า “ฟลูออเรสเซนต์” (Phosphor) ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถสร้างแสงสีเหลืองเมื่อได้รับความจากการกระจายแสงในรูปของคลื่นเลขานเทียม.

เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไฟลาเมนต์ (Phosphor Coating) ของไส้หลอดไฟ จะทำให้ฟลูออเรสเซนต์ตอบสนองด้วยการส่งออกคลื่นแสงสีเหลือง ที่ตรงกับคลื่นเลขานเทียมที่ไฟลาเมนต์สร้างขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดกระบวนการทำงานของหลอดไฟที่สร้างแสงสีเหลืองเมื่อได้รับกระแสไฟฟ้า.

สารฟลูออเรสเซนต์มักถูกเคลือบบนฐานของหลอด ซึ่งสามารถทำจากวัสดุแก้วหรือพลาสติก เพื่อให้ไฟลาเมนต์สามารถสร้างแสงสีเหลืองได้ โดยมีการผสมสารฟลูออเรสเซนต์ในอัตราส่วนที่ถูกต้องเพื่อให้ได้คลื่นเลขานเทียมที่เหมาะสมต่อการสร้างแสงสีเหลือง.

ความสามารถของฟลูออเรสเซนต์ในการสร้างแสงสีเหลืองเมื่อได้รับคลื่นเลขานเทียม ทำให้หลอดไส้เป็นแหล่งแสงสว่างที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพสีที่ดี ในการใช้งานประจำ เช่น ในอาคารสำนักงาน โรงงาน ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น.

หลอดเผาไส้ มีอะไรบ้าง

หลอดเผาไส้ (Fluorescent Tube) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “หลอดหลุมสายบอลลาสต์” (Fluorescent Tube Lamp) มีส่วนประกอบหลายส่วนที่ทำให้มันสามารถสร้างแสงสีเหลืองได้ ต่อไปนี้คือส่วนประกอบหลักของหลอดเผาไส้

  1. ฐานหลอด (Tube Base) ฐานหลอดเผาไส้ประกอบด้วยขั้วที่เชื่อมต่อกับหลอดไฟให้ได้กระแสไฟฟ้า มักใช้แม่พิมพ์สามเส้าเพื่อให้สามารถเสียบเข้ากับหัวต่อหลอดได้.

  2. ฐานโคมเลนส์ (Lens End Base) ส่วนฐานที่แนบกับข้างหลังของหลอดไส้ เพื่อช่วยรองรับโคมเลนส์และราวหน้าสัมผัส.

  3. โคมเลนส์ (Lens) โคมเลนส์เป็นคอมโพเนนต์สำคัญในการกระจายแสงที่สร้างขึ้นจากไฟลาเมนต์ของหลอดไฟ มันช่วยให้แสงที่เกิดขึ้นในไฟลาเมนต์กระจายออกมาในทิศทางที่ต้องการ.

  4. ไฟลาเมนต์ (Phosphor Coating) ไฟลาเมนต์คล้ายสารเคมีสีเขียวหรือสีเหลืองที่เป็นฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งเมื่อรับกระแสไฟฟ้าจากกระแสประจุเกิดขึ้นในไฟลาเมนต์ จะทำให้เกิดการกระจายแสงสีเหลืองได้.

  5. ก๊าซภายในหลอด (Gas) หลอดเผาไส้มักมีก๊าซอาร์กอน (Argon) หรือก๊าซเฮลิอัม (Helium) ในภายในเพื่อช่วยในกระบวนการเผาผลาญและการสร้างแสงสีเหลือง.

  6. ธาตุปรอทัสเซียม (Mercury) บางรุ่นของหลอดเผาไส้มีปรอทัสเซียมในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสร้างแสงสีเหลือง.

  7. เหงื่อผนังภายใน (Phosphor Layer on Inner Wall) ในบางรุ่นของหลอดเผาไส้ อาจมีการเคลือบสารฟลูออเรสเซนต์บนผนังภายในเพื่อช่วยให้การกระจายแสงเกิดขึ้นได้อย่างเท่าทัน.

  8. เทอร์มินอลบอลลาสต์ (Thermal Ballast) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านไปในหลอด เพื่อให้หลอดเผาไส้ทำงานในสภาวะปกติและประสบการณ์การเผาผลาญที่สม่ำเสมอ.

นอกจากส่วนประกอบเหล่านี้ ยังมีส่วนประกอบเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยให้หลอดเผาไส้ทำงานได้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้น เช่น คอนเดนเซอร์ (Condenser) และบอลลาสต์ (Ballast) ที่ใช้ควบคุมกระแสไฟฟ้าและสร้างโปรแกรมสวัสดิการการจ่ายไฟให้กับหลอดเผาไส้.

อ่านบทความทั้งหมด >>> pangpond.com