ประโยคที่ถูกต้องต้องมีสิ่งอะไร

ประโยคที่ถูกต้องต้องมีสิ่งอะไร 10 ประโยค?

ประโยคที่ถูกต้องต้องมีสิ่งอะไร?

ประโยคที่ถูกต้องต้องมีสิ่งต่อไปนี้

  1. ซับเจ็กต์ (Subject) ประโยคจะต้องมีซับเจ็กต์ (Subject) ที่ระบุผู้หรือสิ่งที่กระทำการหรือถูกกระทำ ซับเจ็กต์สามารถเป็นคำนาม (noun) หรือวลีคำนาม (noun phrase).

    ตัวอย่าง “She sings beautifully.” (ซับเจ็กต์ “She”)

  2. พรีดิเคต (Predicate) ประโยคจะต้องมีพรีดิเคต (Predicate) ที่บอกถึงการกระทำหรือสถานะของซับเจ็กต์ พรีดิเคตสามารถเป็นคำกริยา (verb) หรือวลีคำกริยา (verb phrase).

    ตัวอย่าง “She sings beautifully.” (พรีดิเคต “sings beautifully”)

  3. ความสอดคล้อง (Agreement) พรีดิเคตและซับเจ็กต์ต้องมีความสอดคล้องกันในเชิงเพศและจำนวน ถ้าซับเจ็กต์เป็นบุรุษในรูปเอกพจน์ (singular), คำกริยาควรมีรูปเอกพจน์เช่น “He sings beautifully.” ถ้าซับเจ็กต์เป็นหญิงในรูปเอกพจน์ (singular), คำกริยาควรมีรูปเอกพจน์เช่น “She sings beautifully.”

  4. ความสมบูรณ์ (Completeness) ประโยคควรมีความสมบูรณ์และไม่เป็นซับโครงค์ ความสมบูรณ์หมายถึงประโยคมีทั้งซับเจ็กต์และพรีดิเคต และสื่อความหมายที่ชัดเจน.

    ตัวอย่าง “She sings beautifully.” (ความสมบูรณ์)

  5. การใช้วรรคและการตีความ (Punctuation and Clarity) ประโยคควรใช้วรรคและเครื่องหมายตีความที่เหมาะสมเพื่อให้ความหมายเป็นที่ชัดเจนและไม่สับสน.

    ตัวอย่าง “Let’s eat, Grandma.” (เครื่องหมายจุลภาคทำให้ความหมายชัดเจน “Let’s eat, Grandma.”)

  6. การใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องและไวยากรณ์ที่ถูกต้อง (Correct Vocabulary and Grammar) ประโยคควรใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องและไม่มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ เพื่อให้ประโยคมีความสมบูรณ์และสื่อความหมายที่ถูกต้อง.

    ตัวอย่าง “I am going to the store.” (ถูกต้องทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์)

  7. การเรียงลำดับคำและการใช้คำหนุน (Word Order and Modifiers) คำและวลีควรเรียงลำดับให้ถูกต้องและการใช้คำหนุน (modifiers) เพื่อเสริมความหมายควรเป็นไปตามกฎของไวยากรณ์.

    ตัวอย่าง “I read a book every day.” (ลำดับคำถูกต้อง)

  8. การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก (Capitalization) ประโยคควรใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ในการเริ่มประโยคและในการเขียนชื่อเอกสาร, สถานที่, และชื่อตัวบุคคล.

    ตัวอย่าง “I live in New York. John is my friend.”

  9. การใช้คำเชื่อม (Conjunctions) ถ้าประโยคมีสองส่วนหรือมากกว่า, คำเชื่อมควรถูกใช้ในกรณีที่เหมาะสม.

    ตัวอย่าง “I like coffee, and my sister prefers tea.”

  10. การใช้เทนส์ที่ถูกต้อง (Correct Tense) ประโยคควรใช้เทนส์ที่ถูกต้องในบริบทและเวลาที่เหมาะสม.

    ตัวอย่าง “I am studying for the exam.”

ประโยคที่ถูกต้องคือประโยคที่เป็นไปตามกฎไวยากรณ์และสื่อความหมายที่ชัดเจนโดยไม่สร้างความสับสนหรือข้อผิดพลาดในการสื่อสาร.

อ่านบทความทั้งหมด >>> pangpond.com