สูตรฟาเรนไฮต์: แปลงอุณหภูมิทีละขั้น
เริ่มจากดูว่าค่าตั้งต้นเป็น °C หรือ °F แล้วเลือกสูตรให้ตรงทิศทาง ตัวเลขเดียวกันแต่คนละหน่วยไม่ใช่อุณหภูมิเดียวกัน
เซลเซียสเป็นฟาเรนไฮต์
°F = (°C × 1.8) + 32 หรือใช้ 9/5 แทน 1.8 โดยคูณก่อนแล้วจึงบวก 32 แหล่งอ้างอิง: NIST — การแปลงเป็นฟาเรนไฮต์
ตัวอย่างที่ผู้เขียนคำนวณ: 30°C → (30 × 1.8) + 32 = 86°F และ 100°C → 180 + 32 = 212°F
ฟาเรนไฮต์เป็นเซลเซียส
°C = (°F − 32) ÷ 1.8 หรือ (°F − 32) × 5/9 ต้องลบ 32 ก่อนหาร แหล่งอ้างอิง: NIST — สมการฟาเรนไฮต์เป็นเซลเซียส
ตัวอย่างที่ผู้เขียนคำนวณ: 100°F → (100 − 32) ÷ 1.8 ≈ 37.78°C ปัดเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง ตัวอย่างนี้เป็นการแปลงหน่วย ไม่ใช่การวินิจฉัยสุขภาพ
ตารางตัวอย่างที่คำนวณจากสูตร
| เซลเซียส (°C) | ฟาเรนไฮต์ (°F) |
|---|---|
| −40 | −40 |
| 0 | 32 |
| 10 | 50 |
| 20 | 68 |
| 30 | 86 |
| 100 | 212 |
อุณหภูมิกับส่วนต่างอุณหภูมิ
ช่วงต่าง 1°C เท่ากับช่วงต่าง 1.8°F ดังนั้นเมื่อคำนวณว่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นกี่องศา ให้ใช้ตัวคูณ 1.8 โดยไม่บวก 32 ซึ่งเป็นค่าชดเชยเมื่อแปลงตำแหน่งอุณหภูมิ แหล่งอ้างอิง: NIST — ช่วงอุณหภูมิ
วิธีเช็กคำตอบ
ผู้เขียนแนะนำให้เขียนหน่วยทุกครั้ง ตรวจเครื่องหมายลบ ใส่วงเล็บในเครื่องคิดเลข และแปลงกลับเพื่อตรวจคำตอบ เช่น 86°F กลับเป็น 30°C อย่าปัดเศษระหว่างขั้นตอนโดยไม่จำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
ต้องใช้ 9/5 หรือ 1.8? ใช้ได้เหมือนกัน เพราะ 9 ÷ 5 = 1.8
ฟาเรนไฮต์เหมาะกับอากาศหนาวกว่าเสมอหรือไม่? บทความนี้ไม่มีหลักฐานรับรองข้อเปรียบเทียบนั้น จุดประสงค์คือแปลงหน่วยให้ถูกต้องตามข้อมูลและอุปกรณ์ที่ใช้