ภาพรวมที่ควรรู้
Active learning เปิดโอกาสให้ผู้เรียนประมวลความรู้ผ่านการคิด เขียน พูด และแก้ปัญหา โดยผู้สอนติดตามความเข้าใจระหว่างกิจกรรมและให้ข้อมูลย้อนกลับ (อ้างอิง: Cornell: Active Learning)
ผู้เขียนแนะนำให้เริ่มจากสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนอธิบายหรือทำได้ แล้วจึงเลือกกิจกรรม ไม่ใช้ความสนุกหรือความคึกคักเป็นเกณฑ์ตัดสินการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว
ใช้ทำอะไรได้บ้าง
การอภิปรายและแก้ปัญหาร่วมกันเป็นตัวอย่างของ collaborative learning ซึ่งครอบคลุมการเรียนแบบคู่ กลุ่ม และทีมในหลายรูปแบบ (อ้างอิง: Cornell: Collaborative Learning)
ตัวอย่างที่ผู้เขียนเสนอคือให้กลุ่มเปรียบเทียบทางเลือกสองแบบจากหลักฐานที่กำหนด พร้อมระบุเหตุผลของข้อสรุปและข้อสงสัยที่ยังตอบไม่ได้
วิธีนำไปใช้ให้ได้ผล
Problem-Based Learning เริ่มด้วยปัญหาปลายเปิด ให้ผู้เรียนทำงานกลุ่มเพื่อระบุปัญหา ทบทวนสิ่งที่รู้ หาข้อมูลที่ขาด ประเมินแนวทางแก้ และรายงานผล (อ้างอิง: Cornell: Problem-Based Learning)
ผู้เขียนเสนอให้ใช้สถานการณ์ขยะในห้องเรียนเป็นโจทย์ฝึก โดยให้ผู้เรียนเก็บข้อมูลก่อนเสนอวิธีแก้ ตัวอย่างนี้เป็นแนวคิดจัดกิจกรรม ไม่ใช่รายงานผลวิจัย
เรียนผ่านโครงงาน
Project-Based Learning ใช้โครงงานที่มีความหมายและเชื่อมโยงโลกจริงเป็นกระบวนการเรียนรู้ต่อเนื่อง ผู้เรียนแสดงความรู้และทักษะผ่านชิ้นงานหรือการนำเสนอต่อผู้ชมจริง (อ้างอิง: PBLWorks: Project Based Learning)
ผู้เขียนแนะนำให้กำหนดจุดตรวจงานระหว่างทาง เช่น ตรวจคำถาม ตรวจหลักฐาน และรับข้อเสนอแนะก่อนส่งงาน เพื่อให้เห็นกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย
คิดเป็นคู่ก่อนแบ่งปัน
Think–Pair–Share ให้ผู้เรียนคิดด้วยตนเองก่อน จากนั้นแลกเปลี่ยนกับคู่ แล้วจึงนำความคิดมาแบ่งปันกับชั้นเรียน (อ้างอิง: Cornell: เทคนิค Active Learning)
ผู้เขียนเสนอให้เตรียมคำถามที่ตอบได้หลายแนวทางและขอเหตุผลประกอบ โดยไม่สมมติว่าการจับคู่จะแก้ความกังวลในการพูดของผู้เรียนทุกคนได้
สรุปสำหรับเริ่มต้น
ก่อนจัดกิจกรรม ควรแจ้งเป้าหมาย งานที่ต้องทำ และเวลาที่มี แล้วสรุปเชื่อมโยงกลับสู่สาระการเรียนรู้เมื่อกิจกรรมจบ (อ้างอิง: Cornell: การเริ่มใช้ Active Learning)
แนวทางทดลองของผู้เขียนคือเลือกหนึ่งกิจกรรมสั้น เก็บคำตอบของผู้เรียนและข้อสงสัยที่เหลือ แล้วนำผลนั้นมาปรับบทเรียนครั้งถัดไป