ภาพรวมที่ควรรู้
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ในบทความนี้ใช้เป็นแนวทางวางกิจกรรม ได้แก่ การบรรยายร่วมกับคำถาม การทำงานเป็นคู่หรือกลุ่ม และการแก้ปัญหาจากกรณีศึกษา
ผู้เขียนเสนอให้เริ่มด้วยเป้าหมายที่ต้องการให้ผู้เรียนทำได้ แล้วกำหนดงานที่จะใช้ตรวจความเข้าใจ ก่อนเลือกกิจกรรมและเวลา
บรรยายพร้อมตรวจความเข้าใจ
Cornell เสนอให้แทรกกิจกรรมระหว่างการบรรยาย เช่น หยุดให้ผู้เรียนทบทวนบันทึกและคุยจุดที่ไม่เข้าใจกับเพื่อน จากนั้นเปิดโอกาสถามครู (อ้างอิง: Cornell: Catch up activity)
ตัวอย่างสมมติของผู้เขียนคือ หลังอธิบายหลักการ ให้ผู้เรียนเขียนสิ่งที่ยังสงสัยหนึ่งข้อ แล้วนำคำถามนั้นมาช่วยเลือกตัวอย่างที่จะอธิบายต่อ
เรียนรู้ร่วมกันเป็นคู่หรือกลุ่ม
Collaborative learning ให้ผู้เรียนทำงานเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก ทั้งในและนอกชั้นเรียน Cornell ระบุว่าเป็นโอกาสฝึกสื่อสารและเรียนรู้จากมุมมองเพื่อน (อ้างอิง: Cornell: Collaborative Learning)
ผู้เขียนเสนอให้ระบุงานที่ต้องส่งและหน้าที่ของสมาชิกในกิจกรรมทดลอง เพื่อให้ครูติดตามการมีส่วนร่วมได้
แก้ปัญหาจากกรณีศึกษา
กิจกรรมแก้ปัญหาหรือกรณีศึกษาของ Cornell ให้ผู้เรียนทำงานร่วมกันกับโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชา โดยอาจใช้ใบงานหรือเอกสารร่วมกัน (อ้างอิง: Cornell: Problem solving/Case study)
ตัวอย่างสมมติของผู้เขียนคือให้แต่ละกลุ่มเสนอวิธีลดขยะในห้องเรียน พร้อมอธิบายข้อมูลที่ต้องเก็บก่อนเลือกวิธี ตัวอย่างนี้เป็นโจทย์ออกแบบ ไม่ใช่รายงานผลโครงการจริง
ข้อควรระวัง
ควรอธิบายจุดประสงค์ ขั้นตอน และจัดเวลาให้เหมาะ รวมทั้งเหลือช่วงสรุปและให้ข้อมูลย้อนกลับตามคำแนะนำ Cornell (อ้างอิง: Cornell: ข้อแนะนำการจัดกิจกรรม)
ผู้เขียนเสนอให้ตรวจอุปกรณ์ จำนวนผู้เรียน และเวลาที่มี ก่อนใช้กิจกรรมเดิมกับอีกห้องหนึ่ง และเตรียมทางเลือกเมื่อทรัพยากรไม่พร้อม
สรุปสำหรับเริ่มต้น
ลองเริ่มจากหนึ่งกิจกรรมที่ตรงกับบทเรียน แล้วใช้ผลงานหรือคำตอบของผู้เรียนมาทบทวนว่าอะไรต้องอธิบายเพิ่ม เป็นแนวทางทดลองของผู้เขียน
บันทึกคำถามที่ผู้เรียนตอบไม่ได้และส่วนที่ใช้เวลาเกินแผน เพื่อปรับการสอนครั้งถัดไป แทนการถือว่าความสนุกเพียงอย่างเดียวแสดงว่าทุกคนเข้าใจแล้ว